พิษสุนัขบ้า คืออะไร? อาการ สาเหตุ วิธีป้องกัน และการรักษาที่ควรรู้
โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน และเป็นหนึ่งในโรคที่มีความรุนแรงสูง หากเริ่มมีอาการทางระบบประสาทแล้ว โอกาสรอดชีวิตมีน้อยมาก ดังนั้นการป้องกันและการรับวัคซีนหลังสัมผัสโรคอย่างทันท่วงทีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
แม้ชื่อจะเรียกว่า “พิษ สุนัขบ้า” แต่โรคนี้ไม่ได้เกิดจากสุนัขเพียงอย่างเดียว สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด เช่น แมว ค้างคาว หรือสัตว์ป่าบางชนิด ก็สามารถแพร่เชื้อได้หากติดเชื้อไวรัส
บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคพิษ สุนัขบ้า ตั้งแต่สาเหตุ อาการ วิธีติดต่อ การปฐมพยาบาล การรักษา และแนวทางป้องกันที่ถูกต้อง
โรคพิษ สุนัขบ้าคืออะไร
โรคพิษ สุนัขบ้าเกิดจากเชื้อไวรัส Rabies virus ซึ่งส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง เชื้อจะเดินทางผ่านเส้นประสาทไปยังสมอง ทำให้เกิดการอักเสบของสมองและไขสันหลัง
เมื่อผู้ป่วยเริ่มมีอาการทางระบบประสาท โรคมักดำเนินอย่างรวดเร็วและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นการได้รับวัคซีนและการดูแลหลังถูกสัตว์กัดก่อนเกิดอาการจึงเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกัน
โรคพิษ สุนัขบ้าติดต่อได้อย่างไร
ถูกสัตว์กัด
เป็นช่องทางการติดต่อที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเชื้อไวรัสในน้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล
ถูกสัตว์ข่วน
หากเล็บของสัตว์ปนเปื้อนน้ำลายที่มีเชื้อ ก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้
น้ำลายสัตว์สัมผัสเยื่อบุหรือแผลเปิด
เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านเยื่อบุตา จมูก ปาก หรือบาดแผลเปิดได้ แม้จะไม่ได้ถูกกัดโดยตรง

สัตว์ชนิดใดที่อาจแพร่โรคพิษ สุนัขบ้า
สัตว์ที่สามารถแพร่เชื้อได้ ได้แก่
- สุนัข
- แมว
- ค้างคาว
- สุนัขจิ้งจอก
- หมาป่า
- สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ ที่ติดเชื้อ
อาการของโรคพิษ สุนัขบ้า
ระยะฟักตัวของโรคมักอยู่ที่ 1–3 เดือน แต่อาจสั้นหรือยาวกว่านี้ได้ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของบาดแผลและปริมาณเชื้อ
อาการระยะแรก
- ไข้
- ปวดศีรษะ
- อ่อนเพลีย
- เบื่ออาหาร
- ปวด แสบ หรือชาบริเวณแผลที่ถูกกัด
อาการทางระบบประสาท
กระสับกระส่าย
ผู้ป่วยอาจวิตกกังวล สับสน หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง
กลัวน้ำ (Hydrophobia)
เมื่อพยายามดื่มน้ำจะเกิดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อคอและลำคอ ทำให้ดื่มน้ำได้ยาก
กลัวลม (Aerophobia)
บางรายมีอาการเกร็งเมื่อถูกลมหรือสิ่งกระตุ้นเพียงเล็กน้อย
กล้ามเนื้ออ่อนแรงและอัมพาต
อาการอาจลุกลามจนเกิดอัมพาต หายใจล้มเหลว และเสียชีวิต
ถูกสุนัขหรือแมวกัด ต้องทำอย่างไร
ล้างแผลทันที
ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่อย่างน้อย 15 นาที เพื่อลดปริมาณเชื้อไวรัส
ใส่น้ำยาฆ่าเชื้อ
หลังล้างแผล สามารถใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์
รีบพบแพทย์
ควรไปโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลโดยเร็ว เพื่อประเมินความเสี่ยงและพิจารณาการฉีดวัคซีน รวมถึงอิมมูโนโกลบูลินป้องกันโรคพิษ สุนัขบ้าในผู้ที่มีข้อบ่งชี้
สังเกตสัตว์ (หากทำได้อย่างปลอดภัย)
หากเป็นสัตว์เลี้ยงที่สามารถติดตามได้ ควรแจ้งสัตวแพทย์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสังเกตอาการของสัตว์ตามแนวทางที่กำหนด โดยไม่ควรเสี่ยงจับสัตว์ด้วยตนเองหากไม่ปลอดภัย
วิธีวินิจฉัยโรคพิษ สุนัขบ้า
แพทย์จะประเมินจาก
- ประวัติการถูกสัตว์กัดหรือข่วน
- ลักษณะของบาดแผล
- ชนิดของสัตว์
- ประวัติการได้รับวัคซีน
- อาการทางระบบประสาท
ในผู้ที่เริ่มมีอาการ อาจมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อช่วยในการวินิจฉัยตามดุลยพินิจของแพทย์
วิธีรักษาโรคพิษ สุนัขบ้า
ก่อนเกิดอาการ
หากยังไม่แสดงอาการ การล้างแผลอย่างถูกวิธีและการได้รับวัคซีนหลังสัมผัสโรคตามคำแนะนำของแพทย์ สามารถป้องกันการเกิดโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในบางกรณีที่มีความเสี่ยงสูง แพทย์อาจพิจารณาให้ อิมมูโนโกลบูลินป้องกันโรคพิษ สุนัขบ้า (Rabies Immunoglobulin; RIG) ร่วมด้วย
หลังเกิดอาการ
เมื่อโรคเข้าสู่ระยะที่มีอาการทางระบบประสาทแล้ว การรักษาจะเป็นการประคับประคองเป็นหลัก ดังนั้นการป้องกันก่อนเกิดอาการจึงมีความสำคัญมากที่สุด

การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
ฉีดวัคซีนสัตว์เลี้ยง วัคซีนพิษสุนัขบ้า
ควรพาสุนัขและแมวไปรับวัคซีนตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอ
หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ที่ไม่ทราบประวัติ
ไม่ควรเข้าใกล้หรือเล่นกับสัตว์จรจัดหรือสัตว์ที่มีพฤติกรรมผิดปกติ
ให้ความรู้แก่เด็ก
สอนเด็กไม่ให้แหย่หรือรังแกสัตว์ และให้แจ้งผู้ใหญ่ทันทีหากถูกกัดหรือข่วน
รับวัคซีนก่อนสัมผัสโรคในกลุ่มเสี่ยง
ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสัตว์ สัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่ควบคุมสัตว์ หรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูง อาจได้รับคำแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันล่วงหน้า
เมื่อใดควรพบแพทย์
ควรรีบพบแพทย์ทันที หาก
- ถูกสุนัขหรือแมวกัด
- ถูกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมข่วนจนมีแผล
- น้ำลายสัตว์เข้าตา ปาก จมูก หรือแผลเปิด
- ถูกค้างคาวกัดหรือสงสัยว่ามีการสัมผัสค้างคาว
- ไม่แน่ใจว่าสัตว์ได้รับวัคซีนหรือไม่
ไม่ควรรอดูอาการของตนเองก่อน เพราะการเริ่มป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ มีความสำคัญอย่างมาก
ภาวะแทรกซ้อนของโรคพิษ สุนัขบ้า
หากไม่ได้รับการป้องกันและเริ่มมีอาการแล้ว อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น
- สมองอักเสบ
- อัมพาต
- หายใจล้มเหลว
- หัวใจหยุดเต้น
- เสียชีวิต
แนะนำอุปกรณ์ช่วยป้องกัน เบื้องต้น
สรุป
โรคพิษ สุนัขบ้าเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สามารถป้องกันได้ หากได้รับการล้างแผลอย่างถูกต้องและเข้ารับการประเมินจากแพทย์เพื่อรับวัคซีนหรือการรักษาที่เหมาะสมโดยเร็วหลังสัมผัสโรค
หากถูกสัตว์กัดหรือข่วน ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น ไม่ควรละเลยหรือรอดูอาการ ควรล้างแผลทันทีและรีบไปพบแพทย์ เพราะการป้องกันตั้งแต่ระยะเริ่มต้นเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดความเสี่ยงของโรคพิษ สุนัขบ้า
FAQ เกี่ยวกับโรคพิษ สุนัขบ้า
ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง แม้แผลจะเล็กหรือไม่มีเลือดออก เพราะการสัมผัสที่ทำให้ผิวหนังถลอกหรือมีน้ำลายสัมผัสแผลอาจต้องได้รับการป้องกัน
โดยทั่วไป โรคนี้ไม่ติดต่อผ่านการสัมผัสหรือการอยู่ร่วมกันในชีวิตประจำวัน
ควรไปพบแพทย์ทุกครั้งหลังถูกสัตว์กัดหรือข่วน เพื่อประเมินความเสี่ยงและพิจารณาแนวทางป้องกันที่เหมาะสม
วัคซีนที่ใช้ในปัจจุบันมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงเมื่อได้รับตามแนวทางการรักษาและคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์
ปรึกษาหรือขอคำแนะนำเพิ่ม
ช่องทางติดต่อทั้งหมด : https://omgmedicalstore.com/contact/
โทรติดต่อ : 063-887-0872
Line : @omgmedical










